<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
		>
<channel>
	<title>ความเห็นบน: หมีมองคน: คิดก่อนใช้ไปกับเศรษฐกิจพอเพียง</title>
	<atom:link href="http://babbirdbird.wordpress.com/2006/12/19/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://babbirdbird.wordpress.com/2006/12/19/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1/</link>
	<description>มนุย์เกิดมาเพื่อแสวงหาในสิ่งซึ่งกรอบเนชันแนลของเขาเรียกมันว่าอรรถประโยชน์</description>
	<lastBuildDate>Tue, 22 Sep 2009 08:45:04 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
		<item>
		<title>โดย: chetsada544</title>
		<link>http://babbirdbird.wordpress.com/2006/12/19/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comment-164</link>
		<dc:creator>chetsada544</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Nov 2008 02:59:46 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://babbirdbird.wordpress.com/2006/12/19/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comment-164</guid>
		<description>ครับผมก้อยินดีแต่ประเทศของเราเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ผมขอหยิบยกบทความที่เป็นโครงการตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงให้ท่านสมาชิกได้ทราบสักเล็กน้อยนะครับ
โครงการในพระราชดำริ 



เศษฐกิจพอเพียง
เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัวระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์
ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลง ทั้งภายนอกและภายในทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบและความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆมาใช้ในการวางแผน และการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎีและนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสมดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียรมีสติปัญญาและความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุสังคมสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม จากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี
(ประมวลและกลั่นกรองจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ตามหนังสือที่ รล.0003/18888 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2542 สำนักราชเลขาธิการ พระบรมมหาราชวัง กทม.)


“เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อนวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผลรวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการนำวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎีและนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี
หลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง
การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระทำ
หัวใจของโครงการ คือ &quot;เศรษฐกิจพอเพียง&quot; ซึ่งเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ
&quot;เศรษฐกิจพอเพียง&quot; เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน &quot;ทางสายกลาง&quot; โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์
&quot;เศรษฐกิจพอเพียง&quot;หมายถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบและความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆมาใช้ในการวางแผนและดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญาและความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี


แนวทางการทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง
เน้นหาข้าวหาปลาก่อนหาเงินหาทอง คือ ทำมาหากินก่อนทำมาค้าขาย
โดยการส่งเสริม:
1.การทำไร่นาสวนผสมและการเกษตรผสมผสาน

เพื่อให้เกษตรกรพัฒนาตนเองแบบเศรษฐกิจพอเพียง
2.การปลูกพืชผักสวนครัวลดค่าใช้จ่าย

3.การทำปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกและใช้วัสดุเหลือใช้เป็นปัจจัยการผลิต(ปุ๋ย)

เพื่อลดค่าใช้จ่ายและบำรุงดิน
4.การเพาะเห็ดฟางจากวัสดุเหลือใช้ในไร่นา

5.การปลูกไม้ผลสวนหลังบ้าน และไม้ใช้สอยในครัวเรือน

6.การปลูกพืชสมุนไพร ช่วยส่งเสริมสุขภาพอนามัย
7.การเลี้ยงปลาในร่องสวน ในนาข้าวและแหล่งน้ำ เพื่อเป็นอาหารโปรตีนและรายได้เสริม

8.การเลี้ยงไก่พื้นเมือง และไก่ไข่ ประมาณ 10-15 ตัวต่อครัวเรือน

เพื่อเป็นอาหารในครัวเรือน โดยใช้เศษอาหาร รำ และปลายข้าวจากผลผลิตการทำนา ข้าวโพดเลี้ยงสัตวจากการปลูกพืชไร่ เป็นต้น
9.การทำก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์
การปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
ยึดหลัก พออยู่ พอกิน พอใช้
ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่าย ลดความฟุ่มเฟือย ในการดำรงชีพ
&quot;ความเป็นอยู่ที่ต้องไม่ฟุ่งเฟ้อต้องประหยัดไปในทางที่ถูกต้อง&quot;
ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้องและสุจริต
&quot;ความเจริญของคนทั้งหลายย่อมเกิดมาจากการประพฤติชอบและการหาเลี้ยงชีพชอบเป็นสำคัญ&quot;
ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์และแข่งขันในการค้าขาย
ประกอบอาชีพแบบต่อสู้กันอย่างรุนแรง
&quot;ความสุขความเจริญอันแท้จริง หมายถึง ความสุข ความเจริญ ที่บุคคลแสวงหามาได้ด้วยความเป็นธรรมทั้งในเจตนาและการกระทำ ไม่ใช่ได้มาด้วยความบังเอิญหรือด้วยการแก่งแย่งเบียดบังจากผู้อื่น&quot;
มุ่งเน้นหาข้าวหาปลา ก่อนมุ่งเน้นหาเงินหาทอง
ทำมาหากินก่อนทำมาค้าขาย
ภูมิปัญญาชาวบ้านและที่ดินทำกิน คือทุนทางสังคม
ตั้งสติที่มั่นคง ร่างกายที่แข็งแรงปัญญาที่เฉียบแหลม
นำความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเพื่อปรับวิถีชีวิต
สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน


ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
มีหลักพิจารณาอยู่ 5 ส่วน ดังนี้
• กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ ควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สมารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัย และวิกฤต เพื่อ ความมั่นคง และ ความยั่งยืน ของการพัฒนา • คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน • คำนิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ พร้อม ๆ กัน ดังนี้
• ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่นการผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ
• ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ
• การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล
• เงื่อนไข การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ
• เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ
• เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต
• แนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้และเทคโนโลยี
เศรษฐกิจพอเพียงกับทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ
เศรษฐกิจพอเพียงและแนวทางปฏิบัติของ ทฤษฎีใหม่ เป็นแนวทางในการพัฒนาที่นำไปสู่ความสามารถในการพึ่งตนเอง ในระดับต่าง ๆ อย่างเป็นขั้นตอน โดยลดความเสี่ยงเกี่ยวกับความผันแปรของธรรมชาติ หรือการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยต่าง ๆ โดยอาศัยความพอประมาณและความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี มีความรู้ ความเพียรและความอดทน สติและปัญญา การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และความสามัคคี
เศรษฐกิจพอเพียงมีความหมายกว้างกว่าทฤษฎีใหม่โดยที่เศรษฐกิจพอเพียงเป็นกรอบแนวคิดที่ชี้บอกหลักการและแนวทางปฏิบัติของทฤษฎีใหม่ในขณะที่ แนวพระราชดำริเกี่ยวกับทฤษฎีใหม่หรือเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรอย่างเป็นขั้นตอนนั้น เป็นตัวอย่างการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในทางปฏิบัติ ที่เป็นรูปธรรมเฉพาะในพื้นที่ที่เหมาะสม
ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ อาจเปรียบเทียบกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบพื้นฐานกับแบบก้าวหน้า ได้ดั้งนี้
ความพอเพียงในระดับบุคคลและครอบครัวโดยเฉพาะเกษตรกร เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐาน เทียบได้กับทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 1 ที่มุ่งแก้ปัญหาของเกษตรกรที่อยู่ห่างไกลแหล่งน้ำ ต้องพึ่งน้ำฝนและประสบความเสี่ยงจากการที่น้ำไม่พอเพียง แม้กระทั่งสำหรับการปลูกข้าวเพื่อบริโภค และมีข้อสมมติว่า มีที่ดินพอเพียงในการขุดบ่อเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าวจากการแก้ปัญหาความเสี่ยงเรื่องน้ำ จะทำให้เกษตรกรสามารถมีข้าวเพื่อการบริโภคยังชีพในระดับหนึ่งได้ และใช้ที่ดินส่วนอื่น ๆ สนองความต้องการพื้นฐานของครอบครัว รวมทั้งขายในส่วนที่เหลือเพื่อมีรายได้ที่จะใช้เป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่สามารถผลิตเองได้ ทั้งหมดนี้เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในตัวให้เกิดขึ้นในระดับครอบครัว
อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่ง ในทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 1 ก็จำเป็นที่เกษตรกรจะต้องได้รับความช่วยเหลือจากชุมชนราชการ มูลนิธิ และภาคเอกชน ตามความเหมาะสม
ความพอเพียงในระดับชุมชนและระดับองค์กรเป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า ซึ่งครอบคลุมทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 2 เป็นเรื่องของการสนับสนุนให้เกษตรกรรวมพลังกันในรูปกลุ่มหรือสหกรณ์ หรือการที่ธุรกิจต่าง ๆ รวมตัวกันในลักษณะเครือข่ายวิสาหกิจ
กล่าวคือ เมื่อสมาชิกในแต่ละครอบครัวหรือองค์กรต่าง ๆ มีความพอเพียงขั้นพื้นฐานเป็นเบื้องต้นแล้วก็จะรวมกลุ่มกันเพื่อร่วมมือกันสร้างประโยชน์ให้แก่กลุ่มและส่วนรวมบนพื้นฐานของการไม่เบียดเบียนกัน การแบ่งปันช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามกำลังและความสามารถของตนซึ่งจะสามารถทำให้ ชุมชนโดยรวมหรือเครือข่ายวิสาหกิจนั้น ๆ เกิดความพอเพียงในวิถีปฏิบัติอย่างแท้จริง
ความพอเพียงในระดับประเทศ เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า ซึ่งครอบคลุมทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 3 ซึ่งส่งเสริมให้ชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจสร้างความร่วมมือกับองค์กรอื่น ๆ ในประเทศ เช่น บริษัทขนาดใหญ่ ธนาคาร สถาบันวิจัย เป็นต้น
การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในลักษณะเช่นนี้จะเป็นประโยชน์ในการสืบทอดภูมิปัญญา แลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยี และบทเรียนจากการพัฒนา หรือร่วมมือกันพัฒนา ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ประเทศอันเป็นสังคมใหญ่อันประกอบด้วยชุมชน องค์กร และธุรกิจต่าง ๆ ที่ดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงกลายเป็นเครือข่ายชุมชนพอเพียงที่เชื่อมโยงกันด้วยหลัก ไม่เบียดเบียน แบ่งปัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ในที่สุด
การสร้างขบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอให้ริเริ่มการสร้างขบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อสานต่อความคิดและเชื่อมโยงการขยายผลที่เกิดจาการนำหลักปรัชญาฯ ไปใช้อย่างหลากหลาย รวมทั้งเพื่อจุดประกายให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งจะนำไปสู่การยอมรับ และการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติในทุกภาคส่วนของสังคมอย่างจริงจัง
จากพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระองค์ นับตั้งแต่ปี 2517 เป็นต้นมา จะพบว่าพระองค์ท่านได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการพัฒนาที่อยู่บนพื้นฐานของการพึ่งตนเอง ความพอมีพอกิน พอมีพอใช้ การรู้จักความพอประมาณ การคำนึงถึงความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว และทรงเตือนสติประชาชนคนไทยไม่ให้ประมาท ตระหนักถึงการพัฒนาตามลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ตลอดจนมีคุณธรรมเป็นกรอบในการดำรงชีวิตซึ่งทั้งหมดนี้เป็นที่รู้กันภายใต้ชื่อว่า เศรษฐกิจพอเพียง
สศช. จึงได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่าง ๆ มาร่วมกันกลั่นกรองพระราชดำรัสฯ สรุปเป็นนิยาม ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และได้อัญเชิญมาเป็นปรัชญานำทางในการจัดทำ แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9 เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกระดับมีความเข้าใจและนำไปประกอบการดำเนินชีวิต
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง มีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างเครือข่ายเรียนรู้ ให้มีการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้เป็นกรอบความคิด เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนไทยในทุกภาคส่วน
วัตถุประสงค์ของการขับเคลื่อนเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงให้ประชาชนทึกคนสามารถนำหลักปรัชญาฯ ไปประยุกต์ให้ได้อย่างเหมาะสม และปลูกฝังปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการดำรงชีวิตให้อยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง
ตลอดจนนำไปสู่การปรับแนวทางการพัฒนาให้อยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการเสริมพลังให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาไปได้อย่างมั่นคงภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างฐานรากทางเศรษฐกิจและสังคมให้เข้มแข็งรักษาความสมดุลของทุนและทรัพยากรในมิติต่าง ๆ ตลอดจนสามารถปรับตัวพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้อย่างเท่าทัน และนำไปสู่ความเอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชนชาวไทย
การขับเคลื่อนจะเป็นลักษณะเครือข่ายและระดมพลังจากทุกภาคส่วน แบ่งเป็น 2 เครือข่ายสนับสนุนตามกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้น ได้แก่
• เครือข่ายด้านประชาสังคมและชุมชน• เครือข่ายธุรกิจเอกชน
นอกจากนี้แล้วยังมีเครือข่ายสนับสนุนตามภารกิจ ได้แก่• เครือข่ายวิชาการ• เครือข่ายสร้างกระบวนการเรียนรู้• เครือข่ายเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
ทั้งนี้แกนกลางขับเคลื่อนมี 3 ระดับได้แก่ คณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง และกลุ่มงานเศรษฐกิจพอเพียงใน สศช. ซึ่งจะเป็นหน่วยปฏิบัติงานในการขับเคลื่อนและจะทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายผลการดำเนินงานเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ครบรอบ 80 พรรษา ในเดือนธันวาคม 2550
&quot; เศรษฐกิจพอเพียง แปลว่า Sufficiency Economy… คำว่า Sufficiency Economy นี้ไม่มีในตำราเศรษฐกิจ.จะมีได้อย่างไร เพราะว่าเป็นทฤษฎีใหม่… Sufficiency Economy นั้น ไม่มีในตำราเพราะหมายความว่าเรามีความคิดใหม่ …และโดยที่ท่านผู้เชี่ยวชาญสนใจ ก็หมายความว่าเราก็สามารถที่จะไปปรับปรุง หรือไปใช้หลักการเพื่อที่จะให้เศรษฐกิจของประเทศและของโลกพัฒนาดีขึ้น. &quot;
พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 23 ธันวาคม 2542
&quot; ถ้าไม่มี เศรษฐกิจพอเพียง เวลาไฟดับ …จะพังหมด จะทำอย่างไร. ที่ที่ต้องใช้ไฟฟ้าก็ต้องแย่ไป.… หากมี เศรษฐกิจพอเพียง แบบไม่เต็มที่ถ้าเรามีเครื่องปั่นไฟ ก็ให้ปั่นไฟหรือถ้าขั้นโบราณกว่า มืดก็จุดเทียนคือมีทางที่จะแก้ปัญหาเสมอ.… ฉะนั้น เศรษฐกิจพอเพียง นี้ ก็มีเป็นขั้น ๆแต่จะบอกว่า เศรษฐกิจพอเพียง นี้ให้พอเพียงเฉพาะตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ นี่เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้.จะต้องมีการแลกเปลี่ยน ต้องมีการช่วยกัน.…… พอเพียงในทฤษฎีหลวงนี้ คือให้สามารถที่จะดำเนินงานได้. &quot;
พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา 23 ธันวาคม 2542
&quot; … ขอให้ทุกคนมีความปรารถนาที่จะให้เมืองไทยพออยู่พอกินมีความสงบและทำงานตั้งอธิษฐาน ตั้งปณิธานในทางนี้ ที่จะให้เมืองไทยอยู่แบบพอกินไม่ใช่ว่าจะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่มีความความพออยู่พอกิน มีความสงบเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่พอกินนี้ได้เราก็จะยอดยิ่งยวดได้ …ฉะนั้นถ้าทุกท่านซึ่งถือว่าเป็นผู้มีความคิดและมีอิทธิพลมีพลังที่จะทำให้ผู้อื่น ซึ่งมีความคิดเหมือนกันช่วยกันรักษาส่วนรวมให้อยู่ดีกินดีพอสมควร ขอย้ำพอควรพออยู่พอกิน มีความสงบ ไม่ให้คนอื่นมาแย่งคุณสมบัตินี้จากเราไปได้ก็จะเป็นของขวัญวันเกิดที่ถาวรที่จะมีคุณค่าอยู่ตลอดกาล &quot;
พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา 23 ธันวาคม 2542
&quot; … ในการพัฒนาประเทศนั้นจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้นเริ่มด้วยการสร้างพื้นฐาน คือความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อนด้วยวิธีการที่ประหยัดระมัดระวัง แต่ถูกต้องตามหลักวิชาเมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่งคงพอควรแล้วจึงค่อยสร้างเสริมความเจริญขั้นสูงขึ้นตามลำดับต่อไป… การถือหลักที่จะส่งเสริมความเจริญ ให้ค่อยเป็นไปตามลำดับด้วยความรอบคอบระมัดระวังและประหยัดนั้นก็เพื่อป้องกันความผิดพลาดล้มเหลวและเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จได้แน่นอนบริบูรณ์&quot;
พระบรมราชโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 19 กรกฎาคม 2517</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ครับผมก้อยินดีแต่ประเทศของเราเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ผมขอหยิบยกบทความที่เป็นโครงการตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงให้ท่านสมาชิกได้ทราบสักเล็กน้อยนะครับ<br />
โครงการในพระราชดำริ </p>
<p>เศษฐกิจพอเพียง<br />
เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัวระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์<br />
ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลง ทั้งภายนอกและภายในทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบและความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆมาใช้ในการวางแผน และการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎีและนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสมดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียรมีสติปัญญาและความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุสังคมสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม จากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี<br />
(ประมวลและกลั่นกรองจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ตามหนังสือที่ รล.0003/18888 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2542 สำนักราชเลขาธิการ พระบรมมหาราชวัง กทม.)</p>
<p>“เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อนวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ</p>
<p>ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง<br />
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผลรวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการนำวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎีและนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี<br />
หลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง<br />
การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระทำ<br />
หัวใจของโครงการ คือ &#8220;เศรษฐกิจพอเพียง&#8221; ซึ่งเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ<br />
&#8220;เศรษฐกิจพอเพียง&#8221; เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน &#8220;ทางสายกลาง&#8221; โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์<br />
&#8220;เศรษฐกิจพอเพียง&#8221;หมายถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบและความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆมาใช้ในการวางแผนและดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญาและความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี</p>
<p>แนวทางการทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง<br />
เน้นหาข้าวหาปลาก่อนหาเงินหาทอง คือ ทำมาหากินก่อนทำมาค้าขาย<br />
โดยการส่งเสริม:<br />
1.การทำไร่นาสวนผสมและการเกษตรผสมผสาน</p>
<p>เพื่อให้เกษตรกรพัฒนาตนเองแบบเศรษฐกิจพอเพียง<br />
2.การปลูกพืชผักสวนครัวลดค่าใช้จ่าย</p>
<p>3.การทำปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกและใช้วัสดุเหลือใช้เป็นปัจจัยการผลิต(ปุ๋ย)</p>
<p>เพื่อลดค่าใช้จ่ายและบำรุงดิน<br />
4.การเพาะเห็ดฟางจากวัสดุเหลือใช้ในไร่นา</p>
<p>5.การปลูกไม้ผลสวนหลังบ้าน และไม้ใช้สอยในครัวเรือน</p>
<p>6.การปลูกพืชสมุนไพร ช่วยส่งเสริมสุขภาพอนามัย<br />
7.การเลี้ยงปลาในร่องสวน ในนาข้าวและแหล่งน้ำ เพื่อเป็นอาหารโปรตีนและรายได้เสริม</p>
<p>8.การเลี้ยงไก่พื้นเมือง และไก่ไข่ ประมาณ 10-15 ตัวต่อครัวเรือน</p>
<p>เพื่อเป็นอาหารในครัวเรือน โดยใช้เศษอาหาร รำ และปลายข้าวจากผลผลิตการทำนา ข้าวโพดเลี้ยงสัตวจากการปลูกพืชไร่ เป็นต้น<br />
9.การทำก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์<br />
การปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง<br />
ยึดหลัก พออยู่ พอกิน พอใช้<br />
ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่าย ลดความฟุ่มเฟือย ในการดำรงชีพ<br />
&#8220;ความเป็นอยู่ที่ต้องไม่ฟุ่งเฟ้อต้องประหยัดไปในทางที่ถูกต้อง&#8221;<br />
ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้องและสุจริต<br />
&#8220;ความเจริญของคนทั้งหลายย่อมเกิดมาจากการประพฤติชอบและการหาเลี้ยงชีพชอบเป็นสำคัญ&#8221;<br />
ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์และแข่งขันในการค้าขาย<br />
ประกอบอาชีพแบบต่อสู้กันอย่างรุนแรง<br />
&#8220;ความสุขความเจริญอันแท้จริง หมายถึง ความสุข ความเจริญ ที่บุคคลแสวงหามาได้ด้วยความเป็นธรรมทั้งในเจตนาและการกระทำ ไม่ใช่ได้มาด้วยความบังเอิญหรือด้วยการแก่งแย่งเบียดบังจากผู้อื่น&#8221;<br />
มุ่งเน้นหาข้าวหาปลา ก่อนมุ่งเน้นหาเงินหาทอง<br />
ทำมาหากินก่อนทำมาค้าขาย<br />
ภูมิปัญญาชาวบ้านและที่ดินทำกิน คือทุนทางสังคม<br />
ตั้งสติที่มั่นคง ร่างกายที่แข็งแรงปัญญาที่เฉียบแหลม<br />
นำความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเพื่อปรับวิถีชีวิต<br />
สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p>ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง<br />
มีหลักพิจารณาอยู่ 5 ส่วน ดังนี้<br />
• กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ ควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สมารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัย และวิกฤต เพื่อ ความมั่นคง และ ความยั่งยืน ของการพัฒนา • คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน • คำนิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ พร้อม ๆ กัน ดังนี้<br />
• ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่นการผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ<br />
• ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ<br />
• การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล<br />
• เงื่อนไข การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ<br />
• เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ<br />
• เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต<br />
• แนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้และเทคโนโลยี<br />
เศรษฐกิจพอเพียงกับทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ<br />
เศรษฐกิจพอเพียงและแนวทางปฏิบัติของ ทฤษฎีใหม่ เป็นแนวทางในการพัฒนาที่นำไปสู่ความสามารถในการพึ่งตนเอง ในระดับต่าง ๆ อย่างเป็นขั้นตอน โดยลดความเสี่ยงเกี่ยวกับความผันแปรของธรรมชาติ หรือการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยต่าง ๆ โดยอาศัยความพอประมาณและความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี มีความรู้ ความเพียรและความอดทน สติและปัญญา การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และความสามัคคี<br />
เศรษฐกิจพอเพียงมีความหมายกว้างกว่าทฤษฎีใหม่โดยที่เศรษฐกิจพอเพียงเป็นกรอบแนวคิดที่ชี้บอกหลักการและแนวทางปฏิบัติของทฤษฎีใหม่ในขณะที่ แนวพระราชดำริเกี่ยวกับทฤษฎีใหม่หรือเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรอย่างเป็นขั้นตอนนั้น เป็นตัวอย่างการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในทางปฏิบัติ ที่เป็นรูปธรรมเฉพาะในพื้นที่ที่เหมาะสม<br />
ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ อาจเปรียบเทียบกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบพื้นฐานกับแบบก้าวหน้า ได้ดั้งนี้<br />
ความพอเพียงในระดับบุคคลและครอบครัวโดยเฉพาะเกษตรกร เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐาน เทียบได้กับทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 1 ที่มุ่งแก้ปัญหาของเกษตรกรที่อยู่ห่างไกลแหล่งน้ำ ต้องพึ่งน้ำฝนและประสบความเสี่ยงจากการที่น้ำไม่พอเพียง แม้กระทั่งสำหรับการปลูกข้าวเพื่อบริโภค และมีข้อสมมติว่า มีที่ดินพอเพียงในการขุดบ่อเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าวจากการแก้ปัญหาความเสี่ยงเรื่องน้ำ จะทำให้เกษตรกรสามารถมีข้าวเพื่อการบริโภคยังชีพในระดับหนึ่งได้ และใช้ที่ดินส่วนอื่น ๆ สนองความต้องการพื้นฐานของครอบครัว รวมทั้งขายในส่วนที่เหลือเพื่อมีรายได้ที่จะใช้เป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่สามารถผลิตเองได้ ทั้งหมดนี้เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในตัวให้เกิดขึ้นในระดับครอบครัว<br />
อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่ง ในทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 1 ก็จำเป็นที่เกษตรกรจะต้องได้รับความช่วยเหลือจากชุมชนราชการ มูลนิธิ และภาคเอกชน ตามความเหมาะสม<br />
ความพอเพียงในระดับชุมชนและระดับองค์กรเป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า ซึ่งครอบคลุมทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 2 เป็นเรื่องของการสนับสนุนให้เกษตรกรรวมพลังกันในรูปกลุ่มหรือสหกรณ์ หรือการที่ธุรกิจต่าง ๆ รวมตัวกันในลักษณะเครือข่ายวิสาหกิจ<br />
กล่าวคือ เมื่อสมาชิกในแต่ละครอบครัวหรือองค์กรต่าง ๆ มีความพอเพียงขั้นพื้นฐานเป็นเบื้องต้นแล้วก็จะรวมกลุ่มกันเพื่อร่วมมือกันสร้างประโยชน์ให้แก่กลุ่มและส่วนรวมบนพื้นฐานของการไม่เบียดเบียนกัน การแบ่งปันช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามกำลังและความสามารถของตนซึ่งจะสามารถทำให้ ชุมชนโดยรวมหรือเครือข่ายวิสาหกิจนั้น ๆ เกิดความพอเพียงในวิถีปฏิบัติอย่างแท้จริง<br />
ความพอเพียงในระดับประเทศ เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า ซึ่งครอบคลุมทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 3 ซึ่งส่งเสริมให้ชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจสร้างความร่วมมือกับองค์กรอื่น ๆ ในประเทศ เช่น บริษัทขนาดใหญ่ ธนาคาร สถาบันวิจัย เป็นต้น<br />
การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในลักษณะเช่นนี้จะเป็นประโยชน์ในการสืบทอดภูมิปัญญา แลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยี และบทเรียนจากการพัฒนา หรือร่วมมือกันพัฒนา ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ประเทศอันเป็นสังคมใหญ่อันประกอบด้วยชุมชน องค์กร และธุรกิจต่าง ๆ ที่ดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงกลายเป็นเครือข่ายชุมชนพอเพียงที่เชื่อมโยงกันด้วยหลัก ไม่เบียดเบียน แบ่งปัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ในที่สุด<br />
การสร้างขบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง<br />
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอให้ริเริ่มการสร้างขบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อสานต่อความคิดและเชื่อมโยงการขยายผลที่เกิดจาการนำหลักปรัชญาฯ ไปใช้อย่างหลากหลาย รวมทั้งเพื่อจุดประกายให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งจะนำไปสู่การยอมรับ และการนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติในทุกภาคส่วนของสังคมอย่างจริงจัง<br />
จากพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระองค์ นับตั้งแต่ปี 2517 เป็นต้นมา จะพบว่าพระองค์ท่านได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการพัฒนาที่อยู่บนพื้นฐานของการพึ่งตนเอง ความพอมีพอกิน พอมีพอใช้ การรู้จักความพอประมาณ การคำนึงถึงความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว และทรงเตือนสติประชาชนคนไทยไม่ให้ประมาท ตระหนักถึงการพัฒนาตามลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ตลอดจนมีคุณธรรมเป็นกรอบในการดำรงชีวิตซึ่งทั้งหมดนี้เป็นที่รู้กันภายใต้ชื่อว่า เศรษฐกิจพอเพียง<br />
สศช. จึงได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่าง ๆ มาร่วมกันกลั่นกรองพระราชดำรัสฯ สรุปเป็นนิยาม ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และได้อัญเชิญมาเป็นปรัชญานำทางในการจัดทำ แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9 เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกระดับมีความเข้าใจและนำไปประกอบการดำเนินชีวิต<br />
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง มีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างเครือข่ายเรียนรู้ ให้มีการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้เป็นกรอบความคิด เป็นแนวทางในการปฏิบัติ ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนไทยในทุกภาคส่วน<br />
วัตถุประสงค์ของการขับเคลื่อนเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงให้ประชาชนทึกคนสามารถนำหลักปรัชญาฯ ไปประยุกต์ให้ได้อย่างเหมาะสม และปลูกฝังปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการดำรงชีวิตให้อยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง<br />
ตลอดจนนำไปสู่การปรับแนวทางการพัฒนาให้อยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง<br />
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการเสริมพลังให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาไปได้อย่างมั่นคงภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างฐานรากทางเศรษฐกิจและสังคมให้เข้มแข็งรักษาความสมดุลของทุนและทรัพยากรในมิติต่าง ๆ ตลอดจนสามารถปรับตัวพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้อย่างเท่าทัน และนำไปสู่ความเอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชนชาวไทย<br />
การขับเคลื่อนจะเป็นลักษณะเครือข่ายและระดมพลังจากทุกภาคส่วน แบ่งเป็น 2 เครือข่ายสนับสนุนตามกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้น ได้แก่<br />
• เครือข่ายด้านประชาสังคมและชุมชน• เครือข่ายธุรกิจเอกชน<br />
นอกจากนี้แล้วยังมีเครือข่ายสนับสนุนตามภารกิจ ได้แก่• เครือข่ายวิชาการ• เครือข่ายสร้างกระบวนการเรียนรู้• เครือข่ายเผยแพร่ประชาสัมพันธ์<br />
ทั้งนี้แกนกลางขับเคลื่อนมี 3 ระดับได้แก่ คณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง และกลุ่มงานเศรษฐกิจพอเพียงใน สศช. ซึ่งจะเป็นหน่วยปฏิบัติงานในการขับเคลื่อนและจะทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายผลการดำเนินงานเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ครบรอบ 80 พรรษา ในเดือนธันวาคม 2550<br />
&#8221; เศรษฐกิจพอเพียง แปลว่า Sufficiency Economy… คำว่า Sufficiency Economy นี้ไม่มีในตำราเศรษฐกิจ.จะมีได้อย่างไร เพราะว่าเป็นทฤษฎีใหม่… Sufficiency Economy นั้น ไม่มีในตำราเพราะหมายความว่าเรามีความคิดใหม่ …และโดยที่ท่านผู้เชี่ยวชาญสนใจ ก็หมายความว่าเราก็สามารถที่จะไปปรับปรุง หรือไปใช้หลักการเพื่อที่จะให้เศรษฐกิจของประเทศและของโลกพัฒนาดีขึ้น. &#8221;<br />
พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 23 ธันวาคม 2542<br />
&#8221; ถ้าไม่มี เศรษฐกิจพอเพียง เวลาไฟดับ …จะพังหมด จะทำอย่างไร. ที่ที่ต้องใช้ไฟฟ้าก็ต้องแย่ไป.… หากมี เศรษฐกิจพอเพียง แบบไม่เต็มที่ถ้าเรามีเครื่องปั่นไฟ ก็ให้ปั่นไฟหรือถ้าขั้นโบราณกว่า มืดก็จุดเทียนคือมีทางที่จะแก้ปัญหาเสมอ.… ฉะนั้น เศรษฐกิจพอเพียง นี้ ก็มีเป็นขั้น ๆแต่จะบอกว่า เศรษฐกิจพอเพียง นี้ให้พอเพียงเฉพาะตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ นี่เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้.จะต้องมีการแลกเปลี่ยน ต้องมีการช่วยกัน.…… พอเพียงในทฤษฎีหลวงนี้ คือให้สามารถที่จะดำเนินงานได้. &#8221;<br />
พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา 23 ธันวาคม 2542<br />
&#8221; … ขอให้ทุกคนมีความปรารถนาที่จะให้เมืองไทยพออยู่พอกินมีความสงบและทำงานตั้งอธิษฐาน ตั้งปณิธานในทางนี้ ที่จะให้เมืองไทยอยู่แบบพอกินไม่ใช่ว่าจะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่มีความความพออยู่พอกิน มีความสงบเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่พอกินนี้ได้เราก็จะยอดยิ่งยวดได้ …ฉะนั้นถ้าทุกท่านซึ่งถือว่าเป็นผู้มีความคิดและมีอิทธิพลมีพลังที่จะทำให้ผู้อื่น ซึ่งมีความคิดเหมือนกันช่วยกันรักษาส่วนรวมให้อยู่ดีกินดีพอสมควร ขอย้ำพอควรพออยู่พอกิน มีความสงบ ไม่ให้คนอื่นมาแย่งคุณสมบัตินี้จากเราไปได้ก็จะเป็นของขวัญวันเกิดที่ถาวรที่จะมีคุณค่าอยู่ตลอดกาล &#8221;<br />
พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา 23 ธันวาคม 2542<br />
&#8221; … ในการพัฒนาประเทศนั้นจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้นเริ่มด้วยการสร้างพื้นฐาน คือความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อนด้วยวิธีการที่ประหยัดระมัดระวัง แต่ถูกต้องตามหลักวิชาเมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่งคงพอควรแล้วจึงค่อยสร้างเสริมความเจริญขั้นสูงขึ้นตามลำดับต่อไป… การถือหลักที่จะส่งเสริมความเจริญ ให้ค่อยเป็นไปตามลำดับด้วยความรอบคอบระมัดระวังและประหยัดนั้นก็เพื่อป้องกันความผิดพลาดล้มเหลวและเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จได้แน่นอนบริบูรณ์&#8221;<br />
พระบรมราชโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 19 กรกฎาคม 2517</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: ปราชญ์ วิปลาส</title>
		<link>http://babbirdbird.wordpress.com/2006/12/19/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comment-163</link>
		<dc:creator>ปราชญ์ วิปลาส</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 23 Nov 2008 16:15:07 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://babbirdbird.wordpress.com/2006/12/19/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comment-163</guid>
		<description>แต่เหนือสิ่งอื่นใด  ขอบคุณมากเลยครับที่เข้ามาช่วยให้ผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมอง</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>แต่เหนือสิ่งอื่นใด  ขอบคุณมากเลยครับที่เข้ามาช่วยให้ผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมอง</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: ปราชญ์ วิปลาส</title>
		<link>http://babbirdbird.wordpress.com/2006/12/19/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comment-161</link>
		<dc:creator>ปราชญ์ วิปลาส</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 23 Nov 2008 16:06:38 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://babbirdbird.wordpress.com/2006/12/19/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comment-161</guid>
		<description>ผมอาจจะสื่อไม่ดีพอ แต่สิ่งที่ผมต้องการพูดจริงๆก็คือด้านหนึ่งของเศรษฐกินพอเพียงที่อาจไม่มีใครนึกถึง ซึ่งนั่นก็คือมันไม่ช่วยลดความไม่เท่าเทียมกันในสังคม  ซึ่งในทุกวันนี้  ผมว่ามันยากจะปฏิเสธว่า  (พูดง่ายๆเลยแล้วกันนะ)  ถ้าคุณรวยไม่เท่ากันแล้วเนี่ย  คุณก็จะมีโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆไม่เท่ากันด้วย  เศรษฐกิจพอเพียงมันดีแน่ๆถ้าคุณดูแบบจุลภาคหรือมองไปที่ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งโดดๆ  แต่ชีวิตจริงมันไม่ใช่  คุณต้องมีปฏิสัมพันธ์กับสังคมตลอดเวลา  และผมไม่คิดว่าวิถีอย่างเศรษฐกิจพอเพียงมันจะเหมาะสมกับสังคมที่มีช่องว่างแห่งความไม่เท่าเทียมกันสูงอย่างชัดเจนอย่างบ้านเรา</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ผมอาจจะสื่อไม่ดีพอ แต่สิ่งที่ผมต้องการพูดจริงๆก็คือด้านหนึ่งของเศรษฐกินพอเพียงที่อาจไม่มีใครนึกถึง ซึ่งนั่นก็คือมันไม่ช่วยลดความไม่เท่าเทียมกันในสังคม  ซึ่งในทุกวันนี้  ผมว่ามันยากจะปฏิเสธว่า  (พูดง่ายๆเลยแล้วกันนะ)  ถ้าคุณรวยไม่เท่ากันแล้วเนี่ย  คุณก็จะมีโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆไม่เท่ากันด้วย  เศรษฐกิจพอเพียงมันดีแน่ๆถ้าคุณดูแบบจุลภาคหรือมองไปที่ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งโดดๆ  แต่ชีวิตจริงมันไม่ใช่  คุณต้องมีปฏิสัมพันธ์กับสังคมตลอดเวลา  และผมไม่คิดว่าวิถีอย่างเศรษฐกิจพอเพียงมันจะเหมาะสมกับสังคมที่มีช่องว่างแห่งความไม่เท่าเทียมกันสูงอย่างชัดเจนอย่างบ้านเรา</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: chetsada544</title>
		<link>http://babbirdbird.wordpress.com/2006/12/19/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comment-157</link>
		<dc:creator>chetsada544</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Nov 2008 04:02:53 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://babbirdbird.wordpress.com/2006/12/19/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comment-157</guid>
		<description>ผมว่าคุณๆ เข้าใจผิดกันไปใหญ่โตแล้ว ผมขอยกพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันพุธที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๗ ให้ทุกท่านที่อยู่ใต้น้ำทราบกันนะครับ &quot;....คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา จะว่าเมืองไทยไม่มีสิ่งที่สมัยใหม่ แต่เราอยู่พอมีกิน และขอให้ทุกคนมีความปรารถนาที่ให้เมืองไทยพออยู่พอกินมีความสงบและทำงานตั้งจิตอธิฐาน ตั้งปณินในทางนี้ที่จะให้เมืองไทยอยู่แบบพออยู่พอกิน ไม่ใช่ว่าจะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่ว่ามีความพอกิน มีความสงบ เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่พอกินนี้ได้ เราก็จะยิ่งยวดได้...&quot;   เรารู้จักประมาณตนเองกับตัวเราเอง ไม่ใช่ให้ไปแข่งขันกับคนอื่นหรือแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ตามที่ท่านๆเข้าใจกันนะครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ผมว่าคุณๆ เข้าใจผิดกันไปใหญ่โตแล้ว ผมขอยกพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันพุธที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๗ ให้ทุกท่านที่อยู่ใต้น้ำทราบกันนะครับ &#8220;&#8230;.คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา จะว่าเมืองไทยไม่มีสิ่งที่สมัยใหม่ แต่เราอยู่พอมีกิน และขอให้ทุกคนมีความปรารถนาที่ให้เมืองไทยพออยู่พอกินมีความสงบและทำงานตั้งจิตอธิฐาน ตั้งปณินในทางนี้ที่จะให้เมืองไทยอยู่แบบพออยู่พอกิน ไม่ใช่ว่าจะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่ว่ามีความพอกิน มีความสงบ เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่พอกินนี้ได้ เราก็จะยิ่งยวดได้&#8230;&#8221;   เรารู้จักประมาณตนเองกับตัวเราเอง ไม่ใช่ให้ไปแข่งขันกับคนอื่นหรือแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ตามที่ท่านๆเข้าใจกันนะครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: ชวน</title>
		<link>http://babbirdbird.wordpress.com/2006/12/19/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comment-107</link>
		<dc:creator>ชวน</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jan 2007 16:18:46 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://babbirdbird.wordpress.com/2006/12/19/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comment-107</guid>
		<description>เห็นด้วยอย่างมากกับประเด็นที่ว่าเศรษฐกิจพอเพียงมันก็คือแนวทางที่สอดคล้องไปกับพุทธศาสนา (โดยเฉพาะเรื่องสติ) ผมไม่เคยได้ศึกษาทั้งสองปรัชญานี้อย่างจริงๆ จัง ๆ (เป็นนักเศรษฐศาสตร์งูๆปลาๆ และเป็นพุทธศาสนิกชนชั้นเลว)แต่มีความรู้สึกได้ว่าเมื่อสาวไปจนถึงต้นตอ หรือแก่นของความคิด มันคงมีอะไรที่คล้ายกันมากๆ เหมือนเป็นญาติกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงอยู่เรื่องความไม่เท่าเทียมอาจจะไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง แต่ผมเชื่อว่าความเหลื่อมล้ำเป็นสิ่งทียังไงก็ไม่มีวันขจัดไปหมดได้ และเมื่อเราเลือกเกิดไม่ได้เช่นกันว่าจะเกิดมาในสถาวะทรัพยากรแสนจำกัด(จน) หรือเหลือเฟือ(รวย)ทั้งแนวความคิดของเศรษฐกิจพอเพียงและพุทธศาสนาต่างก็มุ่งให้คนเรามีความสุขกับมันให้ได้ จากนั้นจึงค่อยหาโอกาส(ที่ก็ย่อมมีไม่เท่าเทียมอีกเช่นกัน) พัฒนากันไปตามที่สติและความสามารถพึงมี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ติดตามอ่านมาหลายความเรียงแล้วตั้งแต่ที่ไหมแนะนำมา เพิ่งจะมีจังหวะเข้ามาแชร์ความเห็น ผมชอบตรงที่มีอารมณ์และบรรยากาศดิบๆ แทรกเข้ามาเรื่อย และผมก็ว่าชิ้นนี้เขียนมีประเด็นชัดเจนออก ไม่เห็นเหมือนที่บอกไว้ตอนต้นว่าจับประเด็นไม่ได้เลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไว้มีโอกาสแล้วคุยกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชวน 41</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เห็นด้วยอย่างมากกับประเด็นที่ว่าเศรษฐกิจพอเพียงมันก็คือแนวทางที่สอดคล้องไปกับพุทธศาสนา (โดยเฉพาะเรื่องสติ) ผมไม่เคยได้ศึกษาทั้งสองปรัชญานี้อย่างจริงๆ จัง ๆ (เป็นนักเศรษฐศาสตร์งูๆปลาๆ และเป็นพุทธศาสนิกชนชั้นเลว)แต่มีความรู้สึกได้ว่าเมื่อสาวไปจนถึงต้นตอ หรือแก่นของความคิด มันคงมีอะไรที่คล้ายกันมากๆ เหมือนเป็นญาติกัน</p>
<p>จริงอยู่เรื่องความไม่เท่าเทียมอาจจะไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง แต่ผมเชื่อว่าความเหลื่อมล้ำเป็นสิ่งทียังไงก็ไม่มีวันขจัดไปหมดได้ และเมื่อเราเลือกเกิดไม่ได้เช่นกันว่าจะเกิดมาในสถาวะทรัพยากรแสนจำกัด(จน) หรือเหลือเฟือ(รวย)ทั้งแนวความคิดของเศรษฐกิจพอเพียงและพุทธศาสนาต่างก็มุ่งให้คนเรามีความสุขกับมันให้ได้ จากนั้นจึงค่อยหาโอกาส(ที่ก็ย่อมมีไม่เท่าเทียมอีกเช่นกัน) พัฒนากันไปตามที่สติและความสามารถพึงมี </p>
<p>ติดตามอ่านมาหลายความเรียงแล้วตั้งแต่ที่ไหมแนะนำมา เพิ่งจะมีจังหวะเข้ามาแชร์ความเห็น ผมชอบตรงที่มีอารมณ์และบรรยากาศดิบๆ แทรกเข้ามาเรื่อย และผมก็ว่าชิ้นนี้เขียนมีประเด็นชัดเจนออก ไม่เห็นเหมือนที่บอกไว้ตอนต้นว่าจับประเด็นไม่ได้เลย </p>
<p>ไว้มีโอกาสแล้วคุยกัน</p>
<p>ชวน 41</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: polawat phetra</title>
		<link>http://babbirdbird.wordpress.com/2006/12/19/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comment-105</link>
		<dc:creator>polawat phetra</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Dec 2006 03:26:29 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://babbirdbird.wordpress.com/2006/12/19/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comment-105</guid>
		<description>สภาพ &quot;จิต&quot; ของสังคมเป็นอย่างนี้&lt;br /&gt;ถืงไม่มีเรื่องสีเหลือง หรือเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง&lt;br /&gt;ก็ต้องมี เรื่องอื่นๆให้จับแทนอยู่ดี&lt;br /&gt;อย่างเมื่อก่อน ก็อ้วกกับคำว่า&quot;โลกาภิวัฒน์&quot; ไปทีแล้ว</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>สภาพ &#8220;จิต&#8221; ของสังคมเป็นอย่างนี้<br />ถืงไม่มีเรื่องสีเหลือง หรือเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง<br />ก็ต้องมี เรื่องอื่นๆให้จับแทนอยู่ดี<br />อย่างเมื่อก่อน ก็อ้วกกับคำว่า&#8221;โลกาภิวัฒน์&#8221; ไปทีแล้ว</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>โดย: BioLawCom</title>
		<link>http://babbirdbird.wordpress.com/2006/12/19/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comment-101</link>
		<dc:creator>BioLawCom</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Dec 2006 13:04:06 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://babbirdbird.wordpress.com/2006/12/19/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comment-101</guid>
		<description>&quot;..แลดูอย่างนี้แล้ว เศรษฐกิจพอเพียงราวกับเป็นนโยบาย ที่ออกมาเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างชนชั้น แต่เป็นการลดโดยให้คนทำใจยอมรับสภาพตน คนรวยก็เชิดหน้ารับชะตากรรมรวยๆของตนต่อไป ในทางเดียวกัน คนจนก็ต้องก้มหน้า แนบหน้ากับพื้นยอมรับชะตากรรมจนๆของตนเอาไว้ด้วยความเต็มใจ...&quot;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชอบบทสรุปนี้จังครับ...แอบตามอ่านมานานแล้ว ไม่มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น แต่อ่านบทนี้แล้ว ต้องขออนุญาต ยกนิ้วโป้งให้สี่หัวเลย ว่ามันแจ่มมากมาย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอถือวิสาสะ กระโดดเข้าไปยืนข้างเดียวกับคุณปราชญ์ เพราะพวกผมเป็นกลุ่มหนึ่งที่นึกสนับสนุนแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงอยู่เหมือนกัน แต่ภายใต้คำถาม และความกังขาหลายข้อที่ไม่สามารถคิด และเขียนบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำถาม และข้อกังขาที่ว่า เริ่มแสดงอาการรุนแรง ส่งผลกระทุ้งกบาลจนปวดหนึบ ความวิงเวียน และคลื่นเหียนมีมาเป็นระยะ นับแต่โรคดีซ่าน ระบาดหนักในหมู่คนไทย ตั้งแต่ต้น ๆ ปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนสุดท้าย เริ่มสบายตัวขึ้น เมื่อได้อ๊วกเพื่อสำรอกบางอย่างทิ้งไปบ้าง หลังจากได้ทราบว่าบรรดาสาวก &quot;นักวิชาการ&quot; (อวุโสเสียส่วนมาก) อยากให้มหาวิทยาลัยมีการเรียนการสอนในระดับปริญญาเอก &quot;สาขาวิชา เศรษฐกิจพอเพียง&quot; ?! &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าไงจะขออนุญาตเอาข้อเขียนนี้ ไปบอกต่อ และเขียนแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่สนใจเข้ามาอ่านที่นี่บ้างนะครับ :)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อ  &quot;ศักดินา&quot; &quot;ชนชั้น&quot; กับ &quot;ความไม่เท่าเทียม&quot; ยังคงเป็นสิ่งที่มีอยู่ และดำรงอยู่ในทุก ๆ สังคม ไม่ว่าสังคมนั้นมันจะเลิศหรู สะดวกสบายปานอยู่ในสวรรค์ หรือ เลวทราม และทารุณดังอยู่ในนรก แล้วเราจะคาดหวังอะไรได้เล่ากับเรื่องของชนชั้น และความไม่เท่าเทียมกันที่เกิดขึ้น ระหว่างสังคมทั้งสอง ? &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยมิตรภาพครับ :)</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;..แลดูอย่างนี้แล้ว เศรษฐกิจพอเพียงราวกับเป็นนโยบาย ที่ออกมาเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างชนชั้น แต่เป็นการลดโดยให้คนทำใจยอมรับสภาพตน คนรวยก็เชิดหน้ารับชะตากรรมรวยๆของตนต่อไป ในทางเดียวกัน คนจนก็ต้องก้มหน้า แนบหน้ากับพื้นยอมรับชะตากรรมจนๆของตนเอาไว้ด้วยความเต็มใจ&#8230;&#8221;</p>
<p>ชอบบทสรุปนี้จังครับ&#8230;แอบตามอ่านมานานแล้ว ไม่มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น แต่อ่านบทนี้แล้ว ต้องขออนุญาต ยกนิ้วโป้งให้สี่หัวเลย ว่ามันแจ่มมากมาย </p>
<p>ขอถือวิสาสะ กระโดดเข้าไปยืนข้างเดียวกับคุณปราชญ์ เพราะพวกผมเป็นกลุ่มหนึ่งที่นึกสนับสนุนแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงอยู่เหมือนกัน แต่ภายใต้คำถาม และความกังขาหลายข้อที่ไม่สามารถคิด และเขียนบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้&#8230;</p>
<p>คำถาม และข้อกังขาที่ว่า เริ่มแสดงอาการรุนแรง ส่งผลกระทุ้งกบาลจนปวดหนึบ ความวิงเวียน และคลื่นเหียนมีมาเป็นระยะ นับแต่โรคดีซ่าน ระบาดหนักในหมู่คนไทย ตั้งแต่ต้น ๆ ปี</p>
<p>จนสุดท้าย เริ่มสบายตัวขึ้น เมื่อได้อ๊วกเพื่อสำรอกบางอย่างทิ้งไปบ้าง หลังจากได้ทราบว่าบรรดาสาวก &#8220;นักวิชาการ&#8221; (อวุโสเสียส่วนมาก) อยากให้มหาวิทยาลัยมีการเรียนการสอนในระดับปริญญาเอก &#8220;สาขาวิชา เศรษฐกิจพอเพียง&#8221; ?! </p>
<p>ถ้าไงจะขออนุญาตเอาข้อเขียนนี้ ไปบอกต่อ และเขียนแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่สนใจเข้ามาอ่านที่นี่บ้างนะครับ <img src='http://s.wordpress.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>อย่างไรก็ตาม เมื่อ  &#8220;ศักดินา&#8221; &#8220;ชนชั้น&#8221; กับ &#8220;ความไม่เท่าเทียม&#8221; ยังคงเป็นสิ่งที่มีอยู่ และดำรงอยู่ในทุก ๆ สังคม ไม่ว่าสังคมนั้นมันจะเลิศหรู สะดวกสบายปานอยู่ในสวรรค์ หรือ เลวทราม และทารุณดังอยู่ในนรก แล้วเราจะคาดหวังอะไรได้เล่ากับเรื่องของชนชั้น และความไม่เท่าเทียมกันที่เกิดขึ้น ระหว่างสังคมทั้งสอง ? </p>
<p>ด้วยมิตรภาพครับ <img src='http://s.wordpress.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>
